กล่องบรรจุภัณฑ์ ที่ SME ควรรู้ก่อนส่งออกสินค้า

กล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ SME ควรรู้ก่อนส่งออกสินค้า: ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ

กล่องบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่มีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ มาตรฐานกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งออก (Export Packaging Standards) เป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ กล่องส่งออกไม่ได้มีหน้าที่แค่ปกป้องสินค้า แต่ยังต้องเป็นไปตามกฎระเบียบสากลของประเทศปลายทางและสายการขนส่ง การเตรียมกล่องให้ถูกต้องตามมาตรฐานจะช่วยลดปัญหาการถูกตีกลับ การปรับ หรือการเสียหายของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ความเข้าใจในกระบวนการขนส่ง (Transportation Environment)

กล่องส่งออกต้องเผชิญกับสภาวะที่โหดร้ายกว่าการขนส่งภายในประเทศมาก:

  • การขนถ่ายหลายจุด: กล่องจะถูกขนถ่ายโดยเครื่องจักรและแรงงานหลายครั้ง ตั้งแต่คลังสินค้าจนถึงท่าเรือ/สนามบิน และไปยังประเทศปลายทาง

  • ความชื้นและอุณหภูมิ: ต้องทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความชื้นสูงในตู้คอนเทนเนอร์ หรืออุณหภูมิที่แปรปรวน

  • การวางซ้อนสูง (Stacking): กล่องต้องสามารถรับน้ำหนักกดทับจากการวางซ้อนกันสูงหลายชั้นในตู้คอนเทนเนอร์หรือคลังสินค้า

2. มาตรฐานความแข็งแรงของ กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษลูกฟูก (Corrugated Box Standards)

สำหรับกล่องส่งออก มักมีการอ้างอิงถึงการทดสอบความแข็งแรง 2 รูปแบบหลัก:

  • ECT (Edge Crush Test): การวัดความแข็งแรงของการต้านทานการบีบอัดของสันกระดาษ เป็นมาตรฐานที่เน้นความสามารถในการรับน้ำหนักกดทับจากการวางซ้อน (Stacking Strength) สำหรับสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์

    • Tip: ค่า ECT ยิ่งสูง กล่องยิ่งทนต่อการกดทับได้ดีขึ้น

  • Bursting Strength ( Mullen Test): การวัดความแข็งแรงของกระดาษในการต้านทานการฉีกขาดหรือทะลุ มักใช้สำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักบรรจุสูง

สำหรับ SME: ควรเลือกใช้ กระดาษลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall) หรือ 7 ชั้น (Triple Wall) สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือมีน้ำหนักมาก เพื่อให้มั่นใจในการรับน้ำหนักกดทับสูงระหว่างการขนส่งทางทะเล

3. สัญลักษณ์ กล่องบรรจุภัณฑ์ และเครื่องหมายสากลที่จำเป็น (International Markings)

การใช้สัญลักษณ์ที่ถูกต้องถือเป็น “ภาษาสากล” ในการขนส่ง (ตามที่กล่าวถึงในบทความก่อนหน้า)

  • สัญลักษณ์การจัดการ: เช่น ลูกศรชี้ขึ้น (This Way Up), ระวังแตก (Fragile), และห้ามเปียกน้ำ (Keep Dry) ต้องพิมพ์ให้ชัดเจนและเห็นได้ง่าย

  • เครื่องหมายผู้ส่งออก/ผู้นำเข้า: ระบุชื่อผู้ส่งออก/ผู้นำเข้า, เลขที่กล่อง, และหมายเลขคำสั่งซื้อ (PO No.)

  • รหัส HS Code: รหัสพิกัดศุลกากรสินค้า (Harmonized System Code) ซึ่งจำเป็นสำหรับการผ่านพิธีการศุลกากร

  • ขนาดและน้ำหนัก: ระบุน้ำหนักรวม (Gross Weight) และน้ำหนักสุทธิ (Net Weight) และขนาดของกล่องเป็นหน่วยสากล (เซนติเมตร หรือ นิ้ว)

4. มาตรฐาน ISPM 15 (สำหรับวัสดุรองรับที่เป็นไม้)

หากมีการใช้พาเลท (Pallets) หรือวัสดุรองรับที่เป็นไม้ในการขนส่ง ต้องมั่นใจว่าวัสดุนั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน ISPM 15 และมีเครื่องหมายรับรองประทับอยู่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแมลงและโรคพืช ซึ่งเป็นข้อบังคับที่เข้มงวดของศุลกากรทั่วโลก

Boxcornerart: ที่ปรึกษาและผู้ผลิตกล่องส่งออกที่คุณวางใจ

การทำกล่องส่งออกให้ได้มาตรฐานสากลต้องอาศัยการคำนวณโครงสร้างและการรับรองวัสดุ

เพิ่มเติม

ติดต่อเรา:

Share :