กล่องสั่งทำ(Custom) vs กล่อง สำเร็จรูป: SME ควรเลือกแบบไหน?

กล่องสั่งทำ(Custom)

กล่องสั่งทำ(Custom Box) vs “กล่อง” สำเร็จรูป: SME ควรเลือกแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด?

กล่องสั่งทำ(Custom) สำหรับธุรกิจ SME การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเป็นมากกว่าแค่การแพ็กของส่ง เพราะ กล่องพัสดุเป็นทั้งหน้าตาของแบรนด์ เป็นเกราะป้องกันสินค้า และ ยังส่งผลโดยตรงต่อ “ต้นทุน” ทั้งค่ากล่อง ค่ากันกระแทก รวมถึง ค่าขนส่งอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยคือ: “SME ควรใช้กล่องสั่งทำ หรือ กล่องสำเร็จรูปดี?” ดังนั้น Boxcorner จึงจะพาคุณเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้คุ้มค่าและตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด


กล่องสำเร็จรูป (Standard/Ready-made Box): ประหยัด เร็ว แต่ไม่ตอบโจทย์ทุกอย่าง

ข้อดีของ กล่องสำเร็จรูป:

ราคาประหยัดต่อใบ (ในปริมาณน้อย): เนื่องจาก ผลิตจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนต่อใบค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น หรือยังมียอดขายไม่แน่นอน

  1. หาซื้อง่าย ได้ของไว: มีจำหน่ายทั่วไปตามร้านเครื่องเขียน, ร้านขายกล่อง, หรือแม้แต่ที่ทำการไปรษณีย์ ฉะนั้น คุณสามารถหาซื้อได้ทันทีเมื่อต้องการใช้

  2. เหมาะกับสินค้าหลากหลาย: ขนาดมาตรฐานหลายแบบอาจครอบคลุมสินค้าหลายประเภทได้ในระดับหนึ่ง

  3. ไม่ต้องลงทุนล่วงหน้าเยอะ: ไม่ต้องสั่งขั้นต่ำจำนวนมาก ทำให้เงินทุนไม่จม

ข้อเสียของ กล่องสำเร็จรูป:

  1. ขนาดไม่พอดีสินค้าเป๊ะๆ: ดังนั้น คุณอาจต้องเลือกกล่องที่ใหญ่กว่าสินค้าจริงมากเกินไป เพื่อให้ใส่สินค้าได้

  2. สิ้นเปลืองค่ากันกระแทก: เมื่อ กล่องใหญ่กว่าสินค้า คุณจึง ต้องใช้วัสดุกันกระแทก (บับเบิ้ล, กระดาษฝอย) จำนวนมากเพื่อเติมช่องว่าง ซึ่ง เป็นการเพิ่มต้นทุน

  3. เพิ่ม “น้ำหนักเชิงปริมาตร” -> ค่าส่งแพงขึ้น: ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว กล่องที่ใหญ่เกินจำเป็นจะทำให้ “น้ำหนักเชิงปริมาตร” สูงขึ้น ส่งผลให้ ค่าขนส่งแพงกว่าที่ควรจะเป็น แม้สินค้าจริงจะเบา

  4. ไม่มี Branding: กล่องสีน้ำตาลเรียบๆ ทำให้แบรนด์ของคุณไม่โดดเด่น ไม่มีเอกลักษณ์ ลูกค้าไม่จดจำ นอกจากนี้ ยังสื่อถึงความเป็นมืออาชีพได้น้อยลง

  5. เสี่ยงสินค้าเสียหาย: หากกล่องหลวมเกินไป สินค้ามีโอกาสเคลื่อนที่ไปมาขณะขนส่ง จึง อาจเกิดความเสียหายได้ง่าย

  6. ไม่เหมาะกับสินค้าพิเศษ: สินค้าที่มีรูปทรงเฉพาะ เช่น ยาวมาก, แบนมาก, หรือมีมุมพิเศษ กล่องสำเร็จรูปมักจะไม่ตอบโจทย์


กล่องสั่งทำ (Custom Box): สร้างแบรนด์ ลดต้นทุนระยะยาว เพิ่มกำไร

ข้อดีของ กล่องสั่งทำ(Custom):

  1. ขนาดพอดีกับสินค้าเป๊ะๆ: นี่คือ จุดแข็งที่สำคัญที่สุด เพราะ กล่องสั่งทำจะถูกออกแบบให้พอดีกับสินค้าของคุณ 100% ดังนั้น ลดการใช้วัสดุกันกระแทก และลดพื้นที่ว่างในกล่องอย่างเห็นได้ชัด

  2. ประหยัดค่าขนส่งอย่างมหาศาล: เมื่อ ขนาดกล่องพอดี จึง ทำให้ “น้ำหนักเชิงปริมาตร” ลดลง ส่งผลให้ คุณจ่ายค่าส่งในราคาที่ถูกที่สุดตามน้ำหนักและขนาดที่แท้จริง ซึ่ง เป็นการลดต้นทุนที่ยั่งยืนในระยะยาว

  3. สร้างแบรนด์ จดจำง่าย และเพิ่มมูลค่า: กล่องที่มีโลโก้ สีสัน และดีไซน์เฉพาะตัว ช่วยให้แบรนด์ของคุณดูเป็นมืออาชีพ มีเอกลักษณ์ ลูกค้าจดจำได้ง่าย นอกจากนี้ ยังสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น

  4. ปกป้องสินค้าได้ดีเยี่ยม: กล่องที่ผลิตตามรูปทรงสินค้าและเลือกเกรดกระดาษที่เหมาะสม จะช่วยปกป้องสินค้าได้ดีที่สุด ลดความเสียหายระหว่างขนส่ง

  5. ส่งเสริมการขาย: กล่องสวยๆ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด ช่วยเพิ่มยอดขาย และสร้าง Loyalty ให้กับลูกค้า

  6. เลือกวัสดุและเทคนิคพิเศษได้: คุณสามารถ เลือกเกรดกระดาษที่เหมาะสมกับสินค้า (เช่น กระดาษอาร์ตการ์ด, กระดาษลูกฟูก) รวมถึง เพิ่มเทคนิคพิเศษ เช่น เคลือบด้าน, Spot UV, ปั๊มฟอยล์ เพื่อเพิ่มความหรูหรา

ข้อเสียของ กล่องสั่งทำ(Custom):

  1. มีจำนวนสั่งขั้นต่ำ (MOQ): โดยปกติ การสั่งผลิตกล่องมักจะมีจำนวนขั้นต่ำที่โรงงานกำหนด ซึ่ง อาจสูงกว่าที่ SME บางรายต้องการในตอนเริ่มต้น

  2. ใช้เวลาในการผลิต: เนื่องจาก ต้องมีการออกแบบ พิมพ์ และผลิตใหม่ จึง ต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร ไม่ได้ของทันทีเหมือนกล่องสำเร็จรูป

  3. ราคาต่อใบสูงกว่า (ในปริมาณน้อย): หาก สั่งในปริมาณน้อยมากๆ ราคาต่อใบอาจสูงกว่ากล่องสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับต้นทุนรวมทั้งหมด (ค่ากล่อง+ค่ากันกระแทก+ค่าส่งที่ลดลง) มักจะ คุ้มค่ากว่าในระยะยาว


SME ควรเลือกแบบไหน? กล่องสั่งทำ(Custom) หรือ  กล่องสำเร็จรูป คำแนะนำจาก Boxcorner

สรุปแล้ว ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด แต่ ขึ้นอยู่กับ “ระยะของธุรกิจ” และ “เป้าหมาย” ของคุณ:

  1. สำหรับธุรกิจเริ่มต้น (Startup) หรือมีออร์เดอร์ไม่แน่นอน:

    • เริ่มต้นด้วย “กล่องสำเร็จรูป”: เพราะ ช่วยควบคุมงบประมาณได้ดีกว่า ได้ของไว และยังไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ แต่ทว่า หากเห็นว่าสินค้าบางตัวมีขนาดที่ “เปลืองค่าส่ง” มากๆ ก็อาจพิจารณาสั่งทำเฉพาะไซส์นั้น

    • คำแนะนำ: พยายามติดสติกเกอร์โลโก้ หรือใช้เทปพิมพ์ลายเพื่อสร้างแบรนด์เท่าที่ทำได้

  2. สำหรับธุรกิจที่เริ่มมีฐานลูกค้า มีออร์เดอร์สม่ำเสมอ และต้องการสร้างแบรนด์:

    • พิจารณา “กล่องสั่งทำ” ได้ทันที: เนื่องจาก ถึงเวลาแล้วที่คุณจะลดต้นทุนระยะยาวจากค่าขนส่ง และยกระดับแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ ซึ่งจะ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและส่งเสริมยอดขายได้เป็นอย่างดี

    • คำแนะนำ: เริ่มจากสั่งทำกล่องในไซส์ที่ใช้บ่อยที่สุด หรือไซส์ที่มีปัญหาเรื่องค่าส่ง (เช่น สินค้าเล็กแต่โดนคิดค่าปริมาตรเยอะ) จากนั้น ค่อยๆ ขยายไปยังไซส์อื่นๆ


กล่องไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ แต่คือ “การลงทุน”

Boxcorner เชื่อว่าการลงทุนในกล่องสั่งทำที่พอดีและสวยงาม ไม่เพียงแต่ จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งในระยะยาว เท่านั้น แต่ยัง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการสร้างแบรนด์ สร้างความประทับใจ และ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของคุณอีกด้วย

เพิ่มเติม

ติดต่อเรา:

Share :