คู่มือครบวงจร: 5 ขั้นตอนสำคัญในการ “สั่งทำบรรจุภัณฑ์” สำหรับ SME
สั่งทำบรรจุภัณฑ์ สำหรับแบรนด์ตัวเองครั้งแรก เป็นการลงทุนที่สำคัญและซับซ้อน เพราะ บรรจุภัณฑ์คือพนักงานขายคนแรกที่ลูกค้าของคุณจะได้พบ ดังนั้น การวางแผนที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนในระยะยาวและเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ นี่คือ 5 ขั้นตอนหลักที่คุณต้องรู้
1. ขั้นตอนที่ 1: กำหนดวัตถุประสงค์และการออกแบบ (Design & Concept)
เริ่มต้นด้วย การตั้งคำถามว่า “กล่องนี้ต้องทำหน้าที่อะไร?”
การวัดขนาดที่แม่นยำ: วัดขนาดของสินค้า รวมถึง วัสดุกันกระแทกที่จำเป็น เพื่อให้ ได้ขนาดกล่องภายในที่พอดีที่สุด (Perfect Fit) ซึ่ง ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง
กำหนดภาพลักษณ์: ตัดสินใจว่ากล่องต้องการสื่อสารอะไร (เช่น ความหรูหรา, ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, หรือความสนุกสนาน) ซึ่งจะ นำไปสู่การเลือกชนิดกล่อง (เช่น Rigid Box, กล่อง Food Grade, หรือกล่องลิ้นชัก)
2. ขั้นตอนที่ 2: เลือกวัสดุและโครงสร้างที่เหมาะสม (Material & Structure)
หลังจาก ได้คอนเซปต์แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือ การเลือกวัสดุและโครงสร้างที่ตอบโจทย์ฟังก์ชัน:
ประเภทกระดาษและแกรม (GSM): สำหรับสินค้าหนักให้ใช้กล่องลูกฟูก แต่หาก ต้องการงานพิมพ์ที่สวยงามและเน้นดีไซน์ ให้เลือกกระดาษอาร์ตการ์ดความหนาแน่นสูง (300-350 แกรม)
กลไกการเปิด-ปิด: เลือกโครงสร้างที่เหมาะสม อาทิเช่น กล่องแบบพับได้ (Folding Carton) สำหรับการขนส่งที่ง่าย หรือ กล่องไดคัทแบบฝาแม่เหล็กสำหรับสินค้าพรีเมียม
3. ขั้นตอนที่ 3: งานพิมพ์และเทคนิคพิเศษ (Printing & Finishing)
นี่คือขั้นตอนที่เพิ่มมูลค่าให้สินค้าของคุณสูงสุด:
การพิมพ์: กำหนดจำนวนสี (1-4 สี/CMYK) และ เลือกใช้ระบบพิมพ์ Offset ซึ่ง ให้ความละเอียดและสีสันที่คมชัดที่สุด
เทคนิคพิเศษ: พิจารณา การเคลือบผิว (Gloss/Matte), การทำ Spot UV, ปั๊มฟอยล์ (ทอง/เงิน) หรือ ปั๊มนูน (Embossing) เพราะ เทคนิคเหล่านี้จะเปลี่ยนกล่องธรรมดาให้เป็นบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม
4. ขั้นตอนที่ 4: การคำนวณต้นทุนคงที่และ MOQ (Cost & Fixed Costs)
ก่อนการผลิตจริง ต้องทำความเข้าใจต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว:
ค่าแม่พิมพ์ (Die-cut Cost): ค่าใช้จ่ายในการทำแม่พิมพ์โลหะสำหรับรูปทรงกล่องเฉพาะ ซึ่ง จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป
MOQ (Minimum Order Quantity): เนื่องจาก ต้นทุนคงที่สูง จึง ต้องสั่งผลิตในปริมาณที่โรงงานกำหนด โดย การสั่งจำนวนมากจะทำให้ต้นทุนต่อใบต่ำลงอย่างมาก
การทำ Mockup: ก่อน สั่งผลิตจริง ควรขอโรงงานทำตัวอย่าง (Mockup) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของโครงสร้างและงานพิมพ์
5. ขั้นตอนที่ 5: การผลิตและการจัดการโลจิสติกส์ (Production & Delivery)
Lead Time: ระยะเวลาในการผลิตกล่องสั่งทำมักอยู่ที่ 15-30 วัน ดังนั้น ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อไม่ให้สินค้าขาดสต็อก
การจัดส่ง: กล่องส่วนใหญ่จะถูกจัดส่งในรูปแบบ แผ่นเรียบ (Flat-packed) ซึ่ง ช่วยลดค่าขนส่ง แต่ คุณต้องมั่นใจว่ามีพื้นที่สำหรับจัดเก็บและมีแรงงานในการประกอบกล่องก่อนการบรรจุ
Boxcorner พร้อมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้คุณผ่านทุกขั้นตอนเหล่านี้ไปได้อย่างราบรื่น เราจึง รับประกันคุณภาพการพิมพ์สูงสุดด้วยราคาโรงงานโดยตรง
ติดต่อเรา:
- เว็บไซต์: www.boxcornerart.com
- ไลน์: @boxcornerart
- โทร: 085-942-0423
- โทร: office.boxcornerart@gmail.com






