Box Corner Art
  • ระบบพิมพ์คุณภาพสูง
    เครื่องพิมพ์ Heidelberg
  • โทรหาเรา
    02-121-7598
  • ผลิตขั้นต่ำ
    เริ่มต้น 1 กล่อง
เทคนิคการเคลือบงานพิมพ์
By - admin

การเคลือบ งานพิมพ์มีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะสำหรับงานอะไร?

การเคลือบ ในยุคการพิมพ์ถูกพัฒนามากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนทำให้มีสื่อสิ่งพิมพ์มากมายถูกผลิตขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ที่เราไม่เคยเห็นหรือมีรูปทรงใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใครโดยการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในส่วนของงานออกแบบ ดีไซน์ และการผลิตจึงทำให้ผู้ประกอบการ ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ออกมาในแต่ละครั้งนั้นสามารถแบ่งประเภทของการใช้งานออกไปได้หลากหลายชนิด อาทิเช่น สื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ โฆษณา หรือให้ความรู้อย่างใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ ไวนิล หรือป้ายบิลบอร์ด และก็จะมีสิ่งพิมพ์อีกประเภทที่ใช้สำหรับในการทำธุรกิจ หรือทำการตลาดเพื่อหาผลประกอบการ อย่างแพ็คเกจจิ้ง บรรจุภัณฑ์ ที่เราเห็นได้จากการนำไปบรรจุใส่สินค้าประเภทต่างๆ

เทคนิคการเคลือบแบบ laminate

การเคลือบ laminate หรืออีกชื่อที่เรารู้จักอย่างการเคลือบ PVC เป็นการพิมพ์ที่นำเอาแผ่นฟิล์มชนิดต่างๆ มาวางบนชิ้นงานแล้วใช้ความร้อนเพื่อให้ฟิล์มยึดติดกับพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งการเคลือบแบบ laminate นี้จะสามารถทำได้อยู่ 2 ประเภทคือ เคลือบเงา (Glossy) และเคลือบด้าน (Matte) โดยเทคนิคทั้งสองแบบนี้จะเหมาะกับสิ่งพิมพ์ประเภทแพ็คเกจจิ้งกล่อง ซอง ปกนิตยสาร สื่องานเพื่อการโฆษณา และอื่นๆอีกมากมาย

เทคนิคการเคลือบแบบ UV

การเคลือบ UV เป็นการนำเอาน้ำมัน UV มาเคลือบและอาบไปยังพื้นผิวของงานพิมพ์ในขนาดที่มีความบางเป็นอย่างมากจนอาจจะมองไม่เห็นซึ่งก็จะเป็นข้อดีทำให้สีของงานพิมพ์ไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่ออกแบบไว้เทคนิค งานเคลือบแบบนี้สามารถทำได้ 2 ประเภท ในแบบเคลือบเงาและเคลือบด้าน โดยงานพิมพ์ที่เหมาะกับการเคลือบแบบนี้จะมีสิ่งพิมพ์จำพวกกล่องแพ็คเกจจิ้ง โปสเตอร์ โบว์ชัวร์ ใบปลิว เป็นต้น

เทคนิคการเคลือบแบบวานิช

การเคลือบวานิชคือ งานพิมพ์ที่ใช้น้ำมันวานิช (ตามชื่อของศัทพ์เทคนิค) ซึ่งกระบวนการผลิตจะต้องนำเอาน้ำมันราดลงไปยังรางของหมึกพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ จากนั้นก็จะปล่อยให้น้ำมันไหลลงไปเคลือบยังพื้นผิวของแบบจะเกิดความเงาขึ้นมานั้นเอง ซึ่งข้อดีของการเคลือบในลักษณะนี้จะช่วยป้องกันให้หมึกพิมพ์และพื้นผิวของแบบจะไม่เกิดการเสียดสีและจะทำให้เพิ่มความเงางามมากกว่าปกติ งานที่เหมาะกับเทคนิคแบบนี้ก็จะมีงานพิมพ์ประเภทกล่องบรรจุภัณฑ์ หนังสือ นามบัตร

  • การเคลือบวานิชเงา (glossy coating) เป็นการเคลือบผิวกระดาษเพื่อปัองกันการขัดถูและเสียดสีรวมทั้งให้เกิดความเงา เพราะตัววานิชทีใช้ไปเพิ่มค่าการสะท้อนแสงที่มาตกกระทบบนชิ้นงาน เกิดการสะท้อนแสงใส่ตาเวลามองมากขึ้น ค่าความเงาก็มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังจัดเป็นการเคลือบที่ให้ความเงาไม่สูงมาก
  • การเคลือบวานิชด้าน (matt coating) เป็นการเคลือบผิวกระดาษเพื่อปัองกันการขัดถูและเสียดสีด้วยวานิชที่มีคุณสมบัติแห้งตัวแล้วลดการสะท้อนแสงที่ตกกระทบบนงานพิมพ์ทำให้เกิดความเงาลดลง แต่ในปัจจุบันงานบรรจุภัณฑ์บางประเภทใช้การเคลือบรูปแบบนี้เพื่อให้ดูชิ้นงานดูราคาแพงขึ้น

เทคนิคการเคลือบฟอยล์

การเคลือบแบบฟอยล์ ซึ่งเทคนิคแบบนี้จะนิยมใช้เพื่อเป็นการเพิ่มความหรูหราให้กับงานพิมพ์เทคนิคนี้จะเป็นการนำฟอยล์มาเคลือบร้อนบนตัวงาน มีให้เลือกตั้งแต่ฟอยล์ทอง ฟอยล์เงินและฟอยล์สีต่างๆ เช่น แดง เหลือง ม่วง น้ำเงิน เทา เขียว ซึ่งแต่ละสีเมื่อนำไปเคลือบบนพื้นผิวของงานแล้วก็จะช่วยเพิ่มความสวยงามทำให้ดูหรูหราและสามารถเน้นจุดที่ต้องการให้เป็นที่น่าสนใจได้อีกด้วยและงานพิมพ์ที่เหมาะกับการเคลือบชนิดนี้จะเป็นสิ่งพิมพ์ประเภทกล่องแพ็คเกจจิ้ง ซอง ใบปลิว ถุงกระดาษ เป็นต้น

box corner art ออกแบบกล่อง การเคลือบ ฟอยล์

เทคนิคการเคลือบพลาสติก

การเคลือบพลาสติก (OPP Film Laminating) คือ การเคลือบผิวกระดาษด้วยแผ่นฟิล์มพลาสติกประเภทโอพีพี ทำให้กระดาษมีความเหนียวฉีกไม่ขาดและสามารถกันน้ำได้ จุดเด่นของการเคลือบพลาสติกคือความเรียบและความเงาของชิ้นงานที่สูงกว่าการเคลือบยูวี จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานและความเงามากขึ้น แต่มีต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่า

  • การเคลือบพลาสติกแบบเงา (Glossy OPP Film Laminating) เป็นการเคลือบพลาสติกโดยการใช้ฟิล์มที่มีผิวมันวาวสร้างความเรียบของพื้นผิวและเพิ่มความเงาในระดับสูง
  • การเคลือบพลาสติกแบบด้าน (Matt OPP Film Laminating) เป็นการเคลือบพลาสติกโดยการใช้ฟิล์มที่มีผิวด้านหน้ามีความขุ่นและด้าน แสงส่องผ่านได้ยาก ใช้ในการสร้างชิ้นงานที่ต้องการลดความเงาของผิวกระดาษ นิยมใช้เพื่อเพิ่มมิติพื้นผิวสัมผัสของชิ้นงาน

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.
*
*